ฺชีวิตเปลี่ยนได้ ถ้าใจไม่ยอมแพ้ #1
วันนี้วันแรก ของวันหยุดยาว (4 วัน) จริงๆ ตั้งใจจะศึกษาระบบงานที่ทำอยู่
แต่ทำไมใจ ยังไม่อยากศึกษาก็ไม่รู้ (ขี้เกียจล่ะมั้ง)
แอบไปเห็นหนังสือที่ยืมมาจาก ห้องสมุดมารวย เมื่อวันพฤหัส ทำให้เออ…
อาทิตย์นึงต้องอ่านหนังสือให้จบอย่างน้อย 1 เล่ม
ตั้งใจไว้ว่า อ่านแล้วถึงช็อตไหนอยากโน๊ตไว้ จะมาโน๊ตไว้ที่ blog นี้ ว่าแล้วเราก็เริ่มกันเลยคะ
ตอนที่ 1: ชีวิตเปลี่ยน
“เวลาประสบกับความไม่สมหวัง เรามักจมอยู่กับมันจนดูเหมือนว่าไม่มีอะไรทุกข์มากกว่านี้อีกแล้ว
แต่ความตายสามารถเปิดใจให้เราตระหนักว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เพรายังมีทุกข์มากกว่านั้นอีก คือความตายนั่นเอง”“คนเรามักลืมไปว่าตัวเองจะต้องตาย จึงไปยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งต่าง ๆ มากมาย”
“ความอยากได้อะไรก็ตาม ก็อย่าไปเป็นบ้าเป็นหลังกันมันมากนัก เพราะเมื่อถึงวันนั้น เราก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง”
ตอนที่ 2: สุขอยู่ไม่ไกล ถ้าใจไม่ยอมแพ้
“ไม่ว่าอยู่ในคุก ค่ายกักัน หรืออยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเพียงใด
ไม่มีที่ไหนเป็นนรกสำหรับเราได้เลย หากใจเราไม่ยอมศิโรราบให้กับมัน”
ตอนที่ 3: ชัยชนะของผู้ที่ไม่ยอมแพ้
“อย่างน้อยก็มี 2 ประการที่กีฬาสอนใจเราได้ นั่นคือ ไม่มีอะไรที่แน่นอน
และทุกอย่างเป็นไปได้เสมอตราบใดที่เวลายังไม่หมด”
ตอนที่ 4: พ้นทุกข์เมื่อปันสุขให้ผู้อื่น
“คนที่คิดถึงแต่ตัวเอง ย่อมอยากตายทั้งนั้น”“ในยามที่เราประสบเคราะห์กรรม เรามักคิดว่าในโลกนี้โหดร้ายกับเราเป็นอย่างยิ่ง “ทำไมต้องเป็นฉัน?”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามนี้ราวกับว่ามีฉันคนเดียวที่โชคร้ายอย่างนั้น แต่ทันทีที่เรามองพ้นต้นเองออกไป จะพบว่า
คนที่ทุกข์อย่างเราก็มีไม่น้อยและคนที่ทุกข์ยิ่งกว่าเรายังมีอยู่มากมาย”“คนเราทุกข์ไม่ใช่เพียงเพราะว่าประสบกับสิ่งไม่สมหวังเท่านั้น หากยังเป็นเพราะเราเอาใจไปหมกมุ่นเจ่าจุกกับความไม่สมหวังด้วย
ยิ่งหมกมุ่นก็ยิ่งทุกข์ แต่เมื่อใดที่ถอนใจออกไปจดจ่อกับสิ่งอื่นแทน ความทุกข์ก็จะบรรเทาลงการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถดึงจิตออกไปจากความทุกข์ได้ อีกทั้งยังมีความสุขเป็นรางวัลตอบแทน”
ตอนที่ 5: มีน้อยจึงสุขมาก
“สาเหตุที่เราอยากมีอาีชีพที่มั่นคง ก็เพราะต้องการมีเงินมากพอที่จะมาซื้อรถและสิ่งอำนวยความสะดวกมิใช่หรือ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เราไม่ได้มีรถเพื่องาน แต่มีงานเืืพื่อรถต่างหาก““การมีสมบัติน้อยลง นอกจากจะช่วยให้เรามีเวลาว่างมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เรามีเสรีภาพมากขึ้นด้วย”
“Paul Hawken นักเศรษฐศาสตร์ทวนกระแสผู้หนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก ได้พูดถึงเพื่อนของเขาคนหนึ่งอย่างน่าสนใจว่า
แม้จะเป็นพนักงานธนาคารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา แต่ข้าวของทั้งบ้านของเขาเคยนับได้ว่ามี 600 ชิ้น
ดูเหมือนมากแต่ที่จริงนับว่าน้อย เพราะรวมถึงช้อนกาแฟด้วย เวลาเขาจะซื้ออะไรสักอย่าง หรือรับของขวัญสักชิ้น
เขาจะคัดเอาของที่มีอยู่ในบ้านออกมาแจก ไม่ว่ามีกี่ชิ้นเข้าบ้านก็จะมีจำนวนเท่ากันที่ถูกคัดออกไป เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่เคยมีของรกบ้านฮอเคน บอกว่านานวันบ้านของเพื่อนเขาก็ยิ่งน่าอยู่ ของแต่ละชิ้นล้วนมีความหมาย ไม่มีอะไรที่ไร้ประโยชน์
ที่สำคัญก็คือชีวิตของเขาพึ่งพาเงินทองน้อยลง และมีเวลาว่างมากขึ้น จึงสามารถเอื้อเฟื้อเจือจานผู้อื่นได้มากขึ้น
ขณะที่ชีวิตของเขาก็มีคุณภาพมากขึ้นด้วย เขาจึงม่ีสีหน้าแจ่มใน กระฉับกระเฉง และตื่นตัวอยู่เสมอ”
Ref: ภาวัน. ชีวิตเปลี่ยนได้ ถ้าใจไม่ยอมแพ้.
ความเห็นล่าสุด